การส่งอารมณ์

Submit to FacebookSubmit to Twitter

การส่ง-สอบอารมณ์

เป็นการรายงานผลการปฏิบัติ และการประเมินการปฏิบัติ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของวิปัสสนาวงศ์ที่มีการสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นโดยไม่มีขาดสาย

ผู้ปฏิบัติต้องรายงานผลการปฏิบัติที่ได้ปฏิบัติภายในเวลา ๒๔ ชั่วโมงล่าสุดของการปฏิบัติ ให้วิปัสสนาจารย์ทราบโดยละเอียด ทั้งการเดินจงกรม การนั่งสมาธิ และการกำหนดอิริยาบทย่อย ตลอดจนสภาวจิตที่เกิดขึ้นขณะปฏิบัติว่า ปฏิบัติไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง โดยจะต้องรายงาน ตามลำดับขั้นตอนดังนี้• 

  •  รายงาน พอง-ยุบ    ว่ามีลักษณะอย่างไร พอง-ยุบยาวหรือสั้น สูงหรือต่ำ กลมหรือแบน มีหรือไม่มี รู้เห็นตั้งแต่เกิดจนดับไปหรือไม่อย่างไร ความถี่เป็นอย่างไร หายไปหรือเปล่า เดี๋ยวมี เดี๋ยวไม่มี อย่างนั้นหรือไม่ หรือเป็นอย่างไร ชัดหรือไม่ชัด กำหนดได้ไหม กำหนดว่าอย่างไร 
  •   รายงาน เวทนา    อาการปวด ชา คัน เมื่อย ร้อน หนาว ตึง หรืออื่นๆ เกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร เกิดขี้นแล้วรู้ทันทีเมื่อเริ่มเกิดหรือไม่ เวทนาเกิดแล้วตั้งอยู่ ทรงๆ หรือแรงขึ้น หรือเบาลง ต้องทนหรือไม่ ทนได้หรือเปล่า ขณะที่เกิด ได้กำหนดตามหรือไม่ ทันกำหนดหรือเปล่า กำหนดแล้วเป็นอย่างไร ทรงอยู่เหมือนเดิม หายไป หรืออย่างไร 
  •  รายงาน สภาวจิต ที่เกิดขี้น มีคิด มีเบื่อ มีขี้เกียจ มีหงุดหงิด มีไม่อยากทำ มีอยากให้หายปวด มีท้อแท้ มีเซ็ง หรือไม่รู้ หรือเฉยๆ หรือสงสัย หรือรำคาญ หรือกลัว และได้กำหนดหรือเปล่า กำหนดทันหรือไม่ทัน ทันเป็นอย่างไร ไม่ทันเป็นอย่างไรรายงาน การเดินจงกรม เป็นอย่างไรบ้าง สติอยู่กับการเดินหรือไม่ มีคิดเกิดขณะเดินหรือเปล่า คิดเยอะหรือคิดน้อย มีเสียงรบกวนหรือไม่กำหนดทันไหม กำหนดอย่างไร
  •   รายงาน อิริยาบทย่อย ต่อเนื่องไหม ทำได้หรือเปล่า ทำอย่างไร เกาะเกี่ยวกันไปตลอดหรือไม่ รั่วบ้างหรือเปล่า

ความสำคัญ และ จำเป็นของการส่ง-สอบอารมณ์

 

การส่ง-สอบอารมณ์ทำให้ วิปัสสนาจารย์ได้ตรวจสอบผู้ปฏิบัติ ว่าปฏิบัติแล้วได้ผลเป็นอย่างไร มีข้อบกพร่องอย่างไร ถูกหรือไม่ถูกทางอย่างไร จะได้สอนและแนะนำการปฏิบติ การเดินจงกรม การนั่งสมาธิ การกำหนดสภาวจิต การกำหนดอิริยาบทย่อยให้ถูกต้อง การปฏิบัติของโยคีจะได้ก้าวหน้า โดยมีวิปัสสนาจารย์ประเมินผลและให้การแนะนำ ควรเพิ่มเวลาหรือไม่ ควรเพิ่มระยะเดินหรือไม่ หากผู้ปฏิบัติรายงานผลได้ละเอียด ตรงตามการปฏิบัติที่เกิดขี้นก็จะเป็นผลดีต่้อทั้งผู้ปฏิบัติและวิปัสสนาจารย์ แต่อย่างไรก็ตามผู้ปฏิบัติไม่ควรกังวลว่าจะจดจำได้ทั้งหมดหรือไม่ จำได้เท่าไหร่ก็รายงานเท่านั้น ไม่ต้องจดหรือกังวลว่าจะรายงานได้ไม่ครบถ้วน

 

หลักสำคัญของการปฏิบัติให้ก้าวหน้า

  • มีความเพียร ไม่ย่อท้อ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติ บางวันเราอาจกำหนดได้ดี ดังใจหมาย แต่บางวันกลับหาได้ดีดังเดิมไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ไม่มีความแน่นอน ดังนั้นผู้ปฏิบัติจึงต้องหมั่นกำหนด กำหนดไปๆ ๆ ๆ ไม่ย่อท้อ
  • อย่างเพ่ง อย่าเล็ง อย่าเกร็ง อย่าบังคับ ต้องวางใจให้เป็นกลาง รู้เท่าทันกิเลสที่เกิดขึ้น

  • กำหนดทุกอย่างให้ต่อเนื่้อง ไม่ให้มีช่องว่าง หากมีช่องว่าง เผลอ กิเลสมันก็เ้ข้ามาได้ ดังนั้นอย่าให้มีช่อง

  • ต้องกำหนดให้ถูกต้องตรงตามสภาวะ ไม่ก่อน ไม่หลัง ต้องพอดีๆ จึงจะได้ผล